ซึ่งบางทีนำไปสู่วิถีทางอันยาวนานที่จะอธิบายถึงเหตุผลที่เป็นแรงจูงใจของเซ็นเตอร์แบ็ครายนี้สำหรับฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงได้แข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็นมา หลังจากลงเล่นในปีเปิดตัวที่แอนฟิลด์ซึ่งเขาให้คำนิยามว่าเป็น ‘ฝันอันยิ่งใหญ่’

ย้ายมาจากอาร์บี ไลป์ซิก เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว โกนาเต้ปรับตัวสู่การเป็นส่วนหนึ่งในทีมของคล็อปป์โดยเขาได้ลงสนามเป็นตัวจริงถึง 26 เกมในฤดูกาล 2021-22 ที่ลิเวอร์พูลลงสนามไปถึง 63 เกม

เกมล่าสุดคือเกมพ่ายต่อเรอัล มาดริดในแชมเปียนส์ลีกเมื่อเดือนพฤษภาคม เกมนัดสุดท้ายในฤดูกาลที่ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์เอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ แบะคาราบาว คัพ ขณะเดียวกันก็พลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกไปอย่างน่าเสียดาย

โดยส่วนตัว โกนาเต้ถูกเรียกติดทีมชาติฝรั่งเศสเป็นครั้งแรกและได้ลงเล่นเกมเปิดตัวของเขากับทีมชาติไปในเดือนมิถุนายน

มากมายที่น่าภาคภูมิใจ เมื่อเว็บทางการของสโมสรได้พูดคุยกับนักเตะหมายเลข 5 ในการสัมภาษณ์ เขานั้นได้มองไปยังอนาคต ค้นหาความสำเร็จ และการพัฒนาตัวเอง

“ผมมีความสุขมากที่ได้กลับมา” เขาพูดถึงการกลับมาช่วงพรีซีซั่น “ช่วงพักร้อนก็ดีและนาน ผมได้พักอย่างดีและมากพอ ผมมีความสุขที่ได้กลับมาพบกับบรรดานักเตะและนักเตะใหม่ด้วย”

“ฤดูกาลที่แล้วเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมมาก แต่ตอนจบไม่ได้ดีมากนักสำหรับเรา ฤดูกาลนี้ เรากลับมาพร้อมกับสิ่งต่างๆมากมาย และผมหวังว่าเราจะทำสิ่งยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้”

“ฤดูกาลที่แล้วคือฝันอันยิ่งใหญ่ แต่ผมทำงานหนักมากเพื่อมัน ผมคิดว่าผมคู่ควรกับที้งหมดนั่นแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในฤดูกาลที่แล้วมันจบไปแล้วสำหรับผม ตอนนี้ ผมมุ่งมั่นกับฤดูกาลหน้าและกับอนาคต”

อย่างที่คล็อปป์เคยพูดไว้ล่าสุด ฤดูกาลล่าสุดของลิเวอร์พูลไม่ได้จบลงด้วยความน่าผิดหวังจากการชวดแชมป์ยูโรเปียน คัพ ในปารีสไปทั้งหมด

บทสรุป ความทรงจำที่คงอยู่ คือ ขบวนพาเรดตอนจบฤดูกาลในวันถัดมาที่มีบรรดาแฟบอลกว่า 500,000 คน และมันเติมเต็มทั้งประสบการณ์และแรงบันดาลใจ

ภาษาอังกฤษคล่องๆ ของโกนาเต้แทบจะไม่สะดุดเลย แต่เขาถึงกับพูดไม่ออกเมื่อถูกขอให้ย้อนรำลึกถึงอิมแพคในวันนั้นต่อเขาและเพื่อนร่วมทีม

“โอ้ พระเจ้า นี่มันมากมายเหลือเกิน” เขายิ้ม “เมื่อเราเริ่มต้น สำหรับผม มันบ้าคลั่งไปแล้ว ตอนเราเริ่มต้น 20 นาทีแรก ผมมีความสุขมาก หลังจากนั้น ผมสนุกกับมันมากๆแต่ผมก็เหนื่อยเล็กน้อย”

“หลังผ่านไป 1 หรือ 2 ชั่วโมง ผมพูดกับดิว็อคและอ็อกซ์ และพวกเขาพูดว่า ‘อะไรนะ? นายมีความสุขแล้วใช่ไหม? โอเค รอก่อน นายจะเห็นเอง’ ผมพูดไปว่า ‘ฉันจะเห็นอะไร?’ ตอนท้าย เมื่อเราไปถึงในเมือง… (ทำแก้มป่อง) ผมไม่พร้อมสำหรับมันจริงๆ โอ้ พระเจ้า ผมจะไม่มีวันลืมช่วงเวลานี้เลย”

“บางทีนะ ใช่ล่ะ หนึ่งในวันที่ดีที่สุดในชีวิตผม เพราะพวกคุณสามารถทำแบบนั้นได้ยังไงกัน ในหัวของผม ผมจินตนาการว่าถ้าเราคว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีก…!”

“มันเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมากๆสำหรับผมและครอบครัวของผม ผมหวังว่าเราจะได้สนุกกับมันแบบนั้นอีกหลายๆ ครั้งกับลิเวอร์พูล”

ท่ามกลางเสียงพึงพอใจอย่างมากกับการเปิดตัวในช่วง 12 เดือนแรกในเมอร์ซีย์ไซด์ นั่นคือ การทำประตู 3 เกมติดต่อกันในช่วงเดือนเมษายน

เขาปลดล็อกในแต่ละเลกของแชมเปียนส์ลีกรอบควอเตอร์ ไฟนัล กับเบนฟิก้า และช่วยให้ลิเวอร์พูลอยู่ในเส้นทางสู่ชัยชนะในรอบรองชนะเลิศรายการเอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ เหนือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยลูกโหม่งที่เวมบลีย์

และนักเตะวัย 23 ปี ได้เปิดเผยถึงคำแนะนำที่น่าประทับใจจากติอาโก้ อัลกันทารา ที่มีบทบาทสำคัญในการวิ่งเข้าเขตโทษคู่แข่ง

“มันบ้ามาก” โกนาเต้พูด “มันดีสำหรับทีม นั่นมันสำคัญกว่า เมื่อผมทำประตูแรกได้ หลังจากนั้น ผมก็มั่นใจ ผมหวังว่าฤดูกาลนี้ ผมจะทำประตูได้มากกว่าฤดูกาลที่แล้ว”

“ผมพูดถึงลูกนั้นกับติอาโก้ครั้งหนึ่งในการฝึกซ้อมและเขาบอกผมว่า ‘ตอนนายวิ่งเข้าไป นานต้องมีความเชื่อมั่น นายแข็งแกร่ง นายตัวใหญ่ นายต้องเข้าไป’ ผมตอบว่า ‘แน่นอน นี่มันเป็นคำพูดที่ดีสำหรับฉัน’ และผมก็ทำได้”

แน่นอน งานหลักของโกนาเต้คือการป้องกัน และมันก็อยู่บนรูปแบบนั้นที่เรากลับมาสู่หัวข้อของแรงบันดาลใจ

กับความกระหายที่จะเรียนรู้จากทุกคนรอบตัวเขา นักเตะจากปารีสมีตัวอย่างให้เรียนรู้ได้จากนักเตะอย่างโจ โกเมซ, โจเอล มาติป และเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

เมื่อถามถึงการเล่นเคียงข้างฟาน ไดจ์ค เขาตอบว่า “แน่นอน ผมพัฒนาขึ้นมากกับเขา ผมพัฒนาได้เพราะเรียนรู้เกี่ยวกับเขา ผมเฝ้ามองว่าเขาเล่นอย่างไร”

“แต่ไม่ใช่แค่เขา ผมเรียนรู้จากมาติปและโจด้วย เพราะเราเล่นในตำแหน่งเดียวกัน ทุกคนรู้ดีว่าเวิร์จเป็นกองหลังที่ดีที่สุดในโลก และผมมองอยู่ตลอดว่าเขาเล่นยังไง เขาคิดแบบไหน ก่อนเกม เขาทำรู้จักนักเตะมากมาย”

“ผมได้รับแรงบันดาลใจจากเขาและนักเตะมากมายในโลก แต่กับเขา ผมมีโอกาสที่จะเล่นด้วยแบะได้ฝึกซ้อมด้วย ผมคืดว่ามันแค่จุดเริ่มต้น และผมหวังว่าหลังนี้ ผมจะเรียนรู้ เรียนรู้ และเรียนรู้อีกครั้ง”

“ผมหวังว่าวันหนึ่ง ผมจะเป็นเหมือนเขาหรือดีกว่า วันหนึ่งข้างหน้า ผมหวังว่านะ!”

ข่าวลิเวอร์พลู 20-7-65-